Leonids Meteors : ชวนดู ลีโอนิดส์ ราชันย์แห่งฝนดาวตก
“ใน” ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปีนั้น จะเกิด
ปรากฏการณ์ “ลีโอนิดส์” (Leonid Meteor shower)
หรือฝนดาวตก “กลุ่มดาวสิงโต” ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้
ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะในปี 2009 นี้ที่เค้า “คาดการณ์”
เอาไว้ว่า ฝนดาวตกลีโอนิดส์ จะมีจำนวนดาวตกในอัตราที่
มากกว่าในทุกปีที่ผ่านมา
ฝนดาวตกนั้น เกิดขึ้นจากการที่วงโคจรของโลก ได้เคลื่อนที่ผ่านเข้าไปในแนวเส้นทาง ที่ดาวหางเคยผ่านมาก่อน ซึ่งจะทิ้งเศษซากก้อนหิน และฝุ่นไว้มากมายในอวกาศ แล้วโลกก็ดูดฝุ่นผงเหล่านั้น ตกลงมาในชั้นบรรยากาศของโลกอีก ซึ่งจะทำให้เกิดดาวตกมากเป็นพิเศษ ดังนั้นฝนดาวตกแต่ละแบบ จะมีแหล่งกำเนิดมาจากดาวหางที่ต่างดวงกัน จึงประกอบด้วยสสารที่ต่างกันไป ตัวอย่างเช่น ฝนดาวตก “ลีโอนิดส์” ที่เกิดจากฝุ่นของดาวหาง 55P Tempel-Tuttle นั้น ส่วนใหญ่จะเห็นเป็นลูกไฟสว่างมาก ๆ ที่เราเรียกว่า “ไฟบอล” มากกว่าฝนดาวตกประเภทอื่น ๆ

นอกจากนี้ ช่วงเวลาการเกิดฝนดาวตกเอง ก็มีส่วนสำคัญ ในการกำหนดลักษณะของฝนดาวตกด้วย โดยปกติแล้ว ดาวตกที่ผ่านเข้ามา ในชั้นบรรยากาศของโลกนั้น จะมีความเร็วราว 71 กิโลเมตรต่อวินาที ดังนั้น ฝนดาวตกที่มีช่วงเวลาเกิด ก่อนเที่ยงคืน หรือ ช่วงหัวค่ำ จะเป็นช่วงที่ดาวตกนั้น วิ่งสวนทางการหมุนรอบตัวเองของโลก เราจะเห็นดาวตกมีความเร็วสูง แต่ถ้าฝนดาวตกเกิดหลังเที่ยงคืนไปแล้ว หรือใกล้รุ่ง จะเป็นช่วงที่ดาวตก วิ่งตามทิศทางการหมุนของโลก ความเร็วสัมผัสที่เกิดขึ้นจะต่ำ เราจึงเห็นดาวตกช่วงใกล้รุ่งนั้น วิ่งค่อนข้างช้า
การสังเกต “ฝนดาวตก” ที่ดีที่สุดคือ มองด้วยตาเปล่า และเลือกสถานที่ ที่ห่างจากแสงในเมือง ให้มากที่สุด และในช่วงกลางเดือน “พฤศจิกายน” ของทุกปี จะเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตก “ลีโอนิดส์” (Leonid Meteor shower) หรือฝนดาวตก กลุ่มดาวสิงโต ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า ศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตก อยู่บริเวณตำแหน่งหัวของสิงโต มีลักษณะเป็นริ้วสีขาว พาดผ่านท้องฟ้า และเกิดลูกไฟควบคู่กันไปด้วย
ฝนดาวตก ลีโอนิดส์ เกิดจากเศษซากหลงเหลือ ของดาวหาง 55 พี เทมเพล – ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ซึ่งมีวงโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี โดยหนึ่งรอบใช้เวลา 33.2 ปี และทุก ๆ 33 ปี ดาวหางนี้ จะโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ทำให้เกิดฝนดาวตกมากเป็นพิเศษ เรียกว่า “พายุฝนดาวตก” (Meteor Storm) ซึ่ง ดาวหาง 55P Tempel-Tuttle เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2541 และจะเข้าใกล้ครั้งต่อไป ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2556
เวลาตก Peak (โลกปะทะดาวตก) สูงสุด ตามเวลาในประเทศไทย มีสองช่วง คือเวลา 4 นาฬิกา 43 นาที และ 4 นาฬิกา 50 นาที ของคืนวันที่ 17 พฤศจิกายน ต่อเช้ามืด วันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งตรงกับแรม 13 ค่ำ ขณะ Peak สูงสุดช่วงแรก โลกโคจรเข้าไปใน กลุ่มฝุ่นของดาวหาง Tempel-Tuttle ที่ทิ้งไว้ คือเมื่อปี ค.ศ. 1466 เวลา 4 นาฬิกา 43 นาที เช่นกัน
ในปี พ.ศ. 2552 นี้ จะเป็นช่วงที่ฝนดาวตก ลีโอนิดส์ จะมีอัตราการตกมากในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 โดยคาดการณ์ว่า ฝนดาวตกจะตกมากที่สุดถึง 500 ดวงต่อชั่วโมง ส่วน วิลเลียม คุกค์ นักวิจัยนาซ่า คาดว่า เวลา 04.43 น. ตามเวลาประเทศไทย น่าจะเป็นช่วงที่เกิดฝนดาวตกมากที่สุดประมาณ 300 ดวง หรืออาจจะเพียง 100 ดวงเท่านั้น
ทั้งนี้ คืนวันที่ 17 – 18 พฤศจิกายน 2552 เป็นคืนเดือนมืด ท้องฟ้าค่อนข้างจะมืดสนิทเหมาะแก่การสังเกตฝนดาวตก แต่เหตุการณ์ฝนดาวตกช่วงที่มากนั้นค่อนข้างสั้น และเกิดก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น สำหรับผู้สังเกตในแถบประเทศเอเชียนั้นจะสังเกตเห็นได้ดี คือ ไทย จีน พม่า อินเดีย ปากีสถาน ฯลฯ ตั้งแต่เวลา 03.50 – 05.50 น. ตามเวลาประเทศไทย

ปล.1 ฝนดาวตกแต่ละชุด จะมาจากกลุ่มดาวที่แตกต่างกัน เช่น ฝนดาวตกในช่วงเดือน พฤศจิกายน มาจาก กลุ่มดาวสิงโต ฝนดาวตก น้ำตานักบุญลอว์เรนซ์ มาจาก กลุ่มดาวเพอร์เซอุส (Perseus constellation) ฯลฯ
ปล.2 ฝนดาวตกชุดต่างๆจะถูกเรียกชื่อตามกลุ่มดาวที่ “ดูเหมือน” เป็นที่มาของฝนดาวตกชุดนั้น เช่น
ที่เรียกว่า “ดูเหมือน” นั้น เพราะฝนดาวตก ไม่ได้พุ่งออกมาจากกลุ่มดาวเหล่านั้นจริง ๆ แต่เป็นเพียงปรากฏการณ์ที่ “เกิดการทับซ้อนทางสายตา” ที่มีกลุ่มดาวเหล่านั้น เป็นฉากหลังนั่นเอง (radiant)
ปล.3 เตรียมกล้องไม่ทันคร้าบปีนี้ เสียดายสุด ๆ T^T
Archives
Categories
Shared this Entry to your Friends




52 Entries
14 Entries
12 Entries
7 Entries
16 Entries
12 Singles



Rusty
June 25th, 2011 at 11:00 pm
None can doubt the vearcity of this article.